– ศพช.ลำปาง สนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา พื้นที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง
– วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เวลา 13.00 น. นางอภิญญา โกมลรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง ลงพื้นที่สนับสนุนการดำเนินงานการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา พื้นที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง เพื่อให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
– ในการนี้ ผศ.ดร.พระครูสิริธรรมบัณฑิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ดร. พระมหาบวรวิทย์ รตนโชโต รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ดร.จีรศักดิ์ ปันลำ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการทั่วไป พร้อมคณาจารย์ ร่วมประชุมหารือร่วมกับศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา และน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (อพ.สธ.) มาประยุกต์ในการพัฒนาพื้นที่สู่การปฏิบัติ ด้วยการบริหารจัดการพื้นที่ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เริ่มจากการปรับสภาพพื้นที่ตามการออกแบบเชิงภูมิสังคมไทยเพื่อการพึ่งตนเองและรองรับภัยพิบัติ ในรูปแบบ โคก หนอง นา ปลูกป่า 5 ระดับ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การบริหารจัดการน้ำ การปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการอนุรักษ์พันธุ์ไม้พื้นถิ่น ซึ่งจะช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับสภาพพื้นที่และสร้างสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน เกิดเป็นพื้นที่สีเขียว (Green zone) และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนิสิต คณะสงฆ์ และประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ การดำเนินงานในขั้นต่อไป เป็นการออกแบบการปรับปรุงกายภาพพื้นที่ตามรูปแบบ โคก หนอง นา ให้เหมาะสมกับบริบทสภาพแวดล้อมตามภูมิสังคม ซึ่งจะต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคีการพัฒนาต่างๆ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การพัฒนาพื้นที่เป็นไปตามเป้าหมาย ให้บรรลุผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป







